“งานฐานรากที่ดีย่อมช่วยลดปัญหาการทรุดตัวไม่เท่ากันได้ แต่การเลือกใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบา อย่างสมาร์ทบอร์ดตราช้าง ยังเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ช่วยลดอัตราการทรุดตัวได้”
ปัญหาที่สำคัญและพบเจอบ่อยที่สุดในการต่อเติมบ้านก็คือปัญหาในเรื่องของการทรุดตัวไม่เท่ากันของบ้านและส่วนต่อเติม การจัดการกับปัญหาดังกล่าวเป็นเรื่องที่ทำได้ยากเป็นอย่างยิ่ง แม้จะทำการป้องกันอย่างถูกวิธีแล้ว ในบางครั้งก็ยังเกิดปัญหานี้ขึ้นได้อีกแต่ถึงอย่างไรเจ้าของบ้านก็ควรทราบถึงสาเหตุที่อาคารทรุดตัวและวิธีป้องกัน เพื่อลดความเสียหายที่อาจขึ้นตามมาหลังจากทำการต่อเติมอาคาร
เจ้าของบ้านหลายคนอาจเข้าใจผิดว่าหากทำการต่อเติมอาคารขนาดเล็กลงก็น่าจะใช้เสาเข็มที่สั้นกว่าหรือยาวเพียงครึ่งเดียวของเสาเข็มในอาคารเดิมแต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ว่าจะทำการต่อเติมอาคารกี่ชั้นก็ตามอย่างน้อยต้องให้ปลายของเสาเข็มอยู่บนชั้นดินเดียวกันกับอาคารเดิมจึงจะทำให้การทรุดตัวของอาคารเดิมกับอาคารต่อเติมไม่แตกต่างกันมากนัก คือไม่ว่าจะต่อเติมอาคารกี่ชั้นก็ตามควรใช้เสาเข็มที่มีความยาวเท่าๆ กัน หรือหากให้ดีควรใช้เสาเข็มที่มีความยาวมากกว่าเดิมประมาณ 2 เมตร เพราะอาคารที่ก่อสร้างไว้นานแล้วจะมีอัตราการทรุดตัวที่น้อยลงเรื่อยๆ เมื่อเปรียบเทียบกับอาคารที่สร้างใหม่ การใช้เสาเข็มที่มีความยาวมากกว่าเดิม จะยิ่งช่วยทำให้อัตราการทรุดตัวใกล้เคียงกันมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นการเลือกประเภทและชนิดของเสาเข็มก็ควรเลือกใช้ประเภทและชนิดของเสาเข็มเหมือนเดิม เพราะเสาเข็มต่างประเภทหรือต่างชนิดแม้จะมีความยาวเท่ากันแต่ก็จะมีอัตราการทรุดตัวที่แตกต่างกัน
นอกจากการป้องกันปัญหาการทรุดตัวด้วยการใช้เสาเข็มที่มีขนาดเท่ากันหรือยาวกว่าแล้ว “การเลือกใช้ใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบาก็จะสามารถลดอัตราการทรุดตัวของส่วนต่อเติมได้” ส่วนต่อเติมที่ใช้พื้นคอนกรีตหรือผนังก่ออิฐฉาบปูนจะทำให้ส่วนต่อเติมมีน้ำหนักมากทำให้มีอัตราการทรุดตัวสูง
การช่วยลดอัตราการทรุดตัวของอาคาร ก็สามารถทำได้โดยการเลือกใช้ระบบการก่อสร้างและวัสดุที่มีน้ำหนักเบา การก่อสร้างอาคารที่ใช้เหล็กหรือไม้เป็นโครงสร้างแทนคอนกรีต และเลือกใช้ พื้น และ ผนัง ไฟเบอร์ซีเมนต์ สมาร์ทบอร์ดซึ่งมีน้ำหนักเบากว่า พื้นคอนกรีตและผนังก่ออิฐฉาบปูนถึง 6 เท่าตัว ก็จะสามารถช่วยลดอัตราการทรุดตัวของส่วนต่อเติมลงได้มากเลยทีเดียว
อีกเรื่องหนึ่งที่มักเจ้าของบ้านมักพบเจอก็คือ เรื่องของรอยแตกร้าวหรือรอยแยกระหว่างอาคารเดิมกับส่วนต่อเติม จากการที่ไม่ทราบถึงสาเหตุในเรื่องของการทรุดตัวที่ไม่เท่ากัน เมื่อทำการต่อเติมโดยเชื่อมต่อโครงสร้างพื้น โครงสร้างผนัง หรือโครงสร้างหลังคา เข้ากับโครงสร้างของอาคารเดิม เมื่อส่วนต่อเติมเกิดการทรุดตัวที่มากกว่า ก็จะทำให้ค่อยๆ เกิดรอยแตกร้าว หากไม่ได้รับการแก้ไข เมื่อถึงจุดหนึ่งน้ำหนักของส่วนต่อเติมก็จะทำให้โครงสร้างของอาคารเดิมเสียหายและมีโอกาสพังทลายได้ตลอดเวลา
การแก้ไขปัญหาดังกล่าวทำได้ด้วยการแยกโครงสร้างของอาคารเก่ากับส่วนต่อเติมออกจากกันโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็น ฐานราก เสา คาน พื้น ผนัง หรือหลังคา การแยกโครงสร้างนั้นจะทำให้เกิดช่องว่างเล็กๆ ตลอดแนวรอยต่อซึ่งเป็นรอยต่อตามหลักการทางวิศวกรรม รอยต่อเหล่านี้เจ้าของบ้านสามารถใช้ซิลิโคนยาแนว ซึ่งสามารถหาซื้อได้จากร้านจำหน่ายวัสดุก่อสร้างหรือที่ร้าน SCG โฮมมาร์ท นำมายาแนวปิดรอยต่อนั้นๆ และควรหมั่นตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอเพื่อสังเกตความผิดปกติของโครงสร้างและสภาพของซิลิโคนว่าอยู่ในสภาพสมบูรณ์หรือไม่ ซึ่งโดยปกติแล้ว ซิลิโคนยาแนวจะมีอายุการใช้งานประมาณ 1 - 2 ปี เมื่อพบว่าเกิดการเสื่อมสภาพก็ควรรีบซ่อมแซมในทันที